ได้ฤกษ์อัพบลอค

posted on 02 Aug 2008 01:07 by pan404

จะว่าไงดีล่ะเนี่ย แต่ที่แน่ๆ น่าเกลียดจังเลย ที่พึ่งเข้ามาอัพเนี่ย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทั้งหมดนี้ก็เกิดจากความเซ็งนั้นเอง (โทษอีกแน่ะ) แต่มันก็เป็นเรื่องจริงนะตัวเอง

อ่อ ...เกือบลืมไปค่ะ เนื่องจากไม่ได้เข้ามานาน ก็พบว่ามีคนเข้ามา comment เกิดการตกใจอย่างแรงที่ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาอ่านบลอคของเราด้วย ยังไงก็ขอบคุณคุณพี่แรงใจไฟฝัน อยากถามคุณพี่เหมือนกันว่า คุณพี่มาเจอบลอคของเราได้อย่างไรกันเนี่ย แต่ก็ขอบคุณมากค่ะ นึกว่าจะเป็นบลอคร้างซะแล้น

ว่าไงดีล่ะ นอกจากความเซ็งที่มันบังคับกันไม่ได้เนี่ยบวกกับการติดหนัง series เนี่ย เพียงพอที่จะเป็นการแก้ตัวมั้ยน้อ ของการห่างหายการมาอัพบลอคตัวเองมั้ยเนี่ย

ช่วงที่แล้วมีผู้หวังดีกับการที่เห็นว่าจบโทแล้วน่ะ คงว่าง เลยให้ยืม Series มาหนึ่งเรื่อง ไอ้เราก็นะ เออ ไหนๆก็ไหนก็เอาสักหน่อยแล้วกัน ที่ไหนได้ติดซะงอมแงม วันๆก็คิดแต่จะกลับบ้านไปนั่งดูมันนั้นล่ะนะ

พอว่ากันมาถึงตรงนี้ก็คงอยากรู้กันแล้วสิว่า ไอ้หนังที่ว่าเนี่ย เรื่องไรกันหนอ ก็นี่ไง 24 hours ก็สนุกดีนะ ดูไปแบบสาม seasons แล้วก็เกรงใจเจ้าของเอาไปคืนด้วยความเสียดาย แต่ก็สนุก ลุ้นระทึกใช้ได้เลยล่ะ

แต่แล้วก็ยังคงหาเรื่องต่อไปด้วยล่ะ  อันหมายถึงหาเรื่องที่จะดูต่อไปจริงรวมถึงหาเรื่องใส่ตัวเอง คราวนี้ มีคนแนะนำมาอีกแล้นครับทั่น แต่คราวนี้ลงทุนควักกระเป๋าซื้อมาลองดูก่อน 1 season แล้วก็ไม่ผิดหวัง สุดยอดมันส์มั่กๆๆ เรื่องนี้เลย  Prison Break ตอนนี้ก็ดูไปทั้งหมด 3 seasons แล้วด้วยกัน แต่นอกจากหนังที่สนุกมาก ๆแล้วสำหรับสาวๆทุกคนก็คงจะไม่พลาดลงความเห็นกับพระเอก ที่อารมณ์ประมาณ Magyver (เขียนถูกเปล่าหว่า) ทั้งเก่ง ทั้งฉลาดและที่สำคัญหล่อขาดใจเจงๆ  Wentworth Miller  แล้วก็แสดงเก่งมากเลยด้วย โดยเฉพาะการแสดงความรู้สึกผ่านทางสายตาเนี่ย รู้สึกว่า เค้าทำได้ดีจริงๆล่ะ ไม่เชื่อลองดูรูปข้างล่างเค้าแล้วกันเนาะ

เพราะฉะนั้น ไม่เชื่อย่าลบหลู่เชียวนะ อิอิ

ว่าแล้วก็เข้ามาว่าเรื่องความเซ็ง อันนี้ก็นะ มาจากการทำงานอย่างแท้จริง ทำไงดีน้อ ถึงจะทำให้ความรู้สึกนี้มันหายไปได้เนี่ย ตอนนี้ก็หางานใหม่อยู่ด้วย แต่ก็เถอะนะ หายากเหลือเกิน สำหรับภาวะการณ์แบบนี้ นอกจากนี้ก็มีแต่คนพูดว่า ถึงจะย้ายไปไหนแล้วก็เถอะ ถ้าใจไม่เย็นหรือไม่เป็นสุขพอก็คงอยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นสุขล่ะ มีคนพูดมาหลายคนละ พอมาถึงตรงนี้ มันก็มีเรื่องฮาๆ แฝงอยู่เหมือนกันนะ แล้วเราค่อยมาว่ากันทีหลังแล้วกัน ดูแล้วก็ติดค้างนะเนี่ย วันก่อนก็ยังเขียนไม่จบวันนี้มาเริ่มเรื่องใหม่ซะละ ทำไงได้ก็ความเซ็งในมาเยือนนี่นา

วันนี้เบี้ยวงาน

posted on 05 May 2008 21:27 by pan404

จริงๆแล้ว ใครเค้าอ่านหัวข้อคงบอกว่า อะไรเนี่ย มันวันหยุดนิ มีเบี้ยวงานด้วยเหรอ มีดิครับท่านผู้ชม เนื่องจากเค้าเป็นสาวโรงงาน ดังนั้นวันนี้ไม่ได้หยุดเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าหรอกนะคะ คู้ณ.....

แล้วก็แอบดีจายด้วยล่ะ เมื่อวันก่อนลองเขียน blog วันแรก มีคนเข้ามาอ่านด้วยตั้งสามคนแน่ะ ไม่น่าเชื่อ!!!! Oh my God!!!! แต่ขอสารภาพว่า หลังจากที่อ่านcomment แล้น รู้สึกเซ็งอย่างแรง เพราะไยเหยอ เหอๆๆๆ มีแต่น้องๆทั้งนั้นเลย ดีนะเนี่ย เด็กมันไม่บอก ป้าๆ ดีใจด้วยนะ หรือไม่ก็ อ่ยุเกินแล้วป้า มาทำไรเนี้ย อะไรทำนองนี้ คงได้ไปผูกคอตายใต้ต้นตำลึง

ว่าแล้ว พอได้เข้าไปอ่านก็เกิดไอเดียวกระฉูด เรามาคุยเรื่องแบบนี้มั่งดีก่า สมัยเราเอ็นติดน่ะ อิอิ

เนื่องจากเป็นเด็กบ้านนอก ด้งนั้น ทางเลือกในการเข้ามหาลัย ย่อมมีมากกว่าเด็กชาวกรุงเป็นธรรมดา ยุคนั้น ต้อง กศน. จะแบบฮอตมั่กๆๆ ครายๆก็ต้องไปสอบมา ไม่อยากบอกว่า ตัวเองด้วย แต่สุดท้ายท้ายสุดก็ไม่ได้วุฒิ เนื่องจากที่บ้านไม่เห็นด้วย จึ่งอยู่เป็นเด็กเรียนมอหก ตามเกณฑ์เป๊ะ

การสอบเข้าตอนนั้นน่ะ จะทำได้สองรอบ คือสอบโควต้ากะสอบเอ็นสะท้าน อันนี้ล่ะ คือข้อดีของการเกิดเป็นเด็กบ้านนอกล่ะนะ การสอบโควต้าน่ะ จะเป็นการสอบตรงเข้ามอชออย่างเดว ไม่มีมออื่นหรอกนะ ส่วนเอ็นสะท้านน่ะ ถึงจะมีมออื่นๆได้น่ะ

แต่คงต้องขอออกตัวก่อนเลยนะว่า การเอ็นระบบใหม่นี้ ไม่มีความเข้าใจเลย และที่สำคัญไม่พยายามเข้าใจด้วย รู้สึกมันยุ่งยาก และปวดหัวเป็นยิ่งนัก แค่ทำงานทุกวันนี้ก็จะตายแล้ว เลยตัดสินใจว่า ตราบใดที่ยังไม่มาเกี่ยวข้อง ข้องเกี่ยวในชีวิตของราแล้น จะเมินซะ ทำตัวบึนๆ ไม่รับรู้ด้วยแหละ

นอกจากนี้ด้วยล่ะ รู้สึกเป็นบุญอย่างแรงที่ไม่ได้สอบระบบใหม่นี้ คงติดหรอก เหอๆๆๆ อยากจะบอก อย่างเราพวกซาดิสม์ ต้องแบบรอบเดียวแล้วไปลุ้นเลย ขี้แตกขี้แตน แบบนั้นล่ะ

ย้อนกลับมาถึงความรู้สึกตอนนั้น ไม่อยากจะ said เล้ย.................. เคยรู้สึกมั้ย มันมาจ่อตูดละ มันต้องขยันละ มันต้อง.... สารพัดละ

นอกจากนี้ ที่โคตะระ สำคัญสุดๆ เป็นคนที่ขี้คร้านอย่างแรง แต่คะแนนจิตพิสัยเนี่ย เต็มตลอดนะ คือไม่ป่วนในห้องน่ะ แต่ไม่ตั้งใจ สอบเมื่อไรก็คะแนนคาบลูกคาบดอกสุดฤทธิ์ ไม่มีซ่อมไม่ใช่เค้าละ นั้นล่ะ กรรมมันมาทันตอนจะเอ็นเนี้ยล่ะ เหอๆๆเข้าข่ายไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาทำนองนั้น

และได้เป็นเรื่องเล่าในเวลาต่อมาล่ะ ว่า เราคงไม่ได้แรงใจที่ไหนในการอ่านหนังสือเท่ากะตอนนั้นอีกละ ไม่รู้ใครเคยมั่งเนาะ แบบว่า อ่านหนังสือตั้งแต่2 ทุ่มถึงตีสองเนี่ย ทุกวัน ไม่รู้ทำไปได้ไงตอนนั้น

และใน generation นี้ มีเอ็นพร้อมกันสองคน จะว่าเป็นญาติก็ได้มั้ง น้องชายของพี่สะใภ้น่ะ แล้วก็เกิดข้อเปรียบเทียบอย่างชัดเจน คือว่า เอปน่ะ มันไม่อ่านเลย ไอ้ขณะที่เราน่ะ อ่านแบบเอาเป็นเอาตายทำให้เกิดความกลุ้มใจแก่พวกผู้ใหญ่กัน เนื่องจากความไม่พอดี ของสองหน่อเนี่ย น่าจะจับรวมกันแล้วหารสองน่าจะโอนะ เค้าว่างั้น

หลังจากนั้น ก็ตามระเบียบและขั้นตอนสิคะ สอบโควต้าตอนเดือนธันวาจำได้เลย แล้วก็ประกาศผลสอบตอนเดือนกุมภา จำได้ว่า มันประกาศวันสุดท้ายของการสอบปลายภาคที่โรงเรียนล่ะ ยะข้อสอบบ่ฮู้เรื่องเลบ มีการไปบอก master ด้วย หนูเอาผ่านปอละ(น่ารักม้า....) ครูท่านก็สนองสุด ๆ แบบว่า ให้เกรดหนึ่งมาเลย กั๋นดีใจขนาด บ่ต้องไปเซี้ยงเวลาซ่อมแถม เอาละ หื้อยังก็เอาวะ

กลับมาตอนที่ไปดูผลสอบ ระหว่างที่ลั้นลารอเค้าประกาศ อีป้อก็เตวมาแล้วบอกว่า

อีป้อ : เค้าลืมพิมพ์ชื่อเราน่ะ

แปน: ป๊าบ่ดีอำลูกกะ ว่าไปเรื่อย (แบบว่าเธอมั่นใจ)

อีป้อ : อู้แต๊กะ เดี๋ยวดูละกัน

แปน : อึ้ง.......

ตอนหลังถึงมารู้ว่า อีป้อมีเพื่อนเป็นหัวหน้าสำนักทะเบียน เธอเลยรู้ก่อน ก่อนหน้านั้น เธอมาเอาบัตรประจำตัวสอบไปด้วย เอาไปให้เพื่อนของเธอดูล่ะ หลังจากนั้น ก็ได้ตามขึ้นไปดูด้วย จนกระทั่งเค้าประกาศจริงๆ

และแล้ว ฝันร้ายกลายเป็นเจง......... มันไม่ติดค่ะ ดูกี่รอบๆมันก็ไม่มีเลย

ตอนนั้น จำได้ว่า ขึ้นรถปั๊บ ร้องไห้ได้แบบบ้านแตก มากเลย พ่อหมดปัญญาเลยพาไปหาแม่ ไปนั่งร้องกะแม่ต่อ

และแล้วชะเอิงเงย แล้วเราก็จะขอจบมันดื้อ ๆ แล้วค่อยมาว่ากันใหม่พรุ่งนี้น่ะ จะมาเล่าตอนเอ็นว่าเป็นไง 5555 ให้คนที่มาอ่านได้หงุดหงิดนิดนึงส์ แล้วก็ถูกด่า 5555 เจงๆ คือง่วงนอนละ ด้วย วันนี้ที่เบี้ยวงาน เพราะเป็นไข้เนี่ยละ เกลียดฉิบ... คิดไร ไม่ออกเลย รู้สึกตัวเองหง่าว ๆ น่ะ /แปน

 

 

วันแรกของการเขียน blog

posted on 03 May 2008 22:30 by pan404

จริงๆ แล้วการเข้ามาเยี่ยมชมใน exteen เนี่ย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นภาระกิจประจำวันก็ได้นะ รวมถึงการเยี่ยมเยียน blog doggie style เป็นประจำ แต่ก็ยังคงไม่ได้เริ่มเขียนของตัวเองเป็นที่จริงจังซักที จนวันนี้คิดว่าได้ฤกษ์ยามงามดีในการเริ่มเขียนของตัวเองมั่ง หลังจากที่ชื่นชอบการแอบไปอ่านของชาวบ้านเค้าน่ะ

เริ่มต้นว่า ตอนนี้น่ะ ถือได้ว่าจบการเรียนระดับป.โทเป็นทางการเสียที หลังจากที่เที่ยวบอกใครๆว่า จบแล้วนะ แต่ก็ยังคงติดนู่นติดนั่นเล็กๆน้อยๆ ตามเรื่องตามราวน่ะ แต่ถ้าจะนับว่า การจบอยางเป็นทางการน่ะ ต้องนับการที่เข้ารับปริญญา งั้นคงต้องนับปีหน้าละ ไม่เอาล่ะ เค้าจะนับตอนนี้เนาะ

เมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมาเนี่ย ไปทำเรื่องแจ้งต่อบัณฑิตอย่างเป็นทางการ หลังจากนี้ก็กระดิกตีนรอ เค้าเรียกให้ไปเอารวมเล่มเพื่อไปให้คณะน่ะ เสียทรัพย์ไปอีกพันนิดๆ ให้พอเซ็งๆ ว่าต้องเสียตังค์รอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ก็นะ คิดในทางที่ดีเสียว่า เราจบละ พยายามเป็นคนสวยคิดบวกแบบพี่หน่อยแล้วกัน

ถ้ามีคนถามว่า อารมณ์ไหนลุกขึ้นมาเขียน blog เนี่ย คงต้องตอบว่า ว่างมั้ง?? หรือว่าคันไม้คันมือ ชอบอ่านของชาวบ้านก็น่าจะต้องถึงเวลาลุกขึ้นมาทำของตัวเองมั่ง ก็กะว่าอยากให้มันฮาๆน่ะ ไม่รู้จะได้รึเปล่า แต่ก็จะลองพยายามนะ แล้วก็เหตุผลอีกอย่างก็คงจะเป็นเรื่อง อยากเก็บเอาไว้อ่านเองด้วย วันๆมีแต่เรื่องมากมายเข้ามาหา เราเองก็น่าจะลองเขียนเก็บไว้ เผื่อว่า อนาคตข้างหน้า ลองพลิกกลับมาอ่านคงได้ขำๆแก้เครียดกันมั่งล่ะ

เอาเป็นว่า คืนนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน แล้วเด๋วค่อยว่ากันใหม่ แล้วก็จะได้หาเรื่องมากอัพลง blog กันมั่งล่ะ

สวัสดีทุกท่านนะ/แปน